ด่านศุลกากรระนองยินดีต้อนรับ

ด่านศุลกากรระนองกับสงครามโลกครั้งที่ ๒

บุคลากร (ต้องอัพเดตข้อมูลและรูปภาพ)ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรระนองได้มีส่วนร่วมในการปกป้องและรักษาอธิปไตยของชาติ จากคำบอกเล่าของนายซ้าย เพ็ชรคุ้ม ข้าราชการบำนาญของด่านศุลกากรระนอง ซึ่งเข้ารับราชการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ จนเกษียณอายุราชการเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๘ และพระครูประจักษ์สารธรรม วัดตโปทาราม (วัดบ่อน้ำร้อน) ได้เล่าถึงวีรกรรมของเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรระนองว่า ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ ๒ (ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๗) ทหารญี่ปุ่นประมาณ ๕๐ นาย ได้ยกพลขึ้นบกทางท่าด่านศุลกากรระนอง เรือทหารญี่ปุ่นจู่โจมเข้ายึดสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญในเขตอำเภอเมืองไว้ได้ กองกำลังของไทย ได้เข้าต่อต้านจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายนาย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวที่บ้านพักของศุลกากร เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ให้ความช่วยเหลือทั้งที่หลบซ่อนตัวและอาวุธ ต่อมาเมื่อมีการก่อตั้ง “ขบวนการเสรีไทย” นายโพ เดชผล ซึ่งเป็นนายด่านศุลกากรระนอง ในช่วงพ.ศ. ๒๔๘๘ – ๒๔๘๙ และเจ้าหน้าที่ศุลกากรจำนวนหนึ่ง อันได้แก่ นายสมจิตร พลสิทธิ์ นายเล็ก โต๊ะมีนา และนายซ้าย เพ็ชรคุ้ม เป็นต้น ได้เข้าร่วมขบวนการเสรีไทย ช่วยเหลือสนับสนุนในด้านการให้ข่าวสาร ข้อมูลการติดต่อประสานงาน เช่น นำเรือศุลกากร ๑๒ ไปรับน้ำมันที่นำมาจากคลังของทหารญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าทรายแดง (ก.ม. ๓๐) อำเภอเมือง จังหวัดระนอง แล้วนำไปซ่อนไว้บริเวณบ้าน หินดาด เนื่องจากขณะนั้นน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนมาก และทำหน้าที่ส่งอาสาสมัครไปฝึกโดดร่มที่เกาะกำ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เพื่อกลับมาปฏิบัติงานใต้ดินในภาคใต้ รวมทั้งติดต่อประสานงานกับหน่วยในอำเภอกระบุรี อำเภอกะเปอร์ และอำเภอตะกั่วป่า เพื่อหาอาสาสมัครเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย ได้มีการติดต่อสื่อสารทางโทรเลขกับขบวนการเสรีไทยในต่างประเทศ โดยอาศัยวิทยุสื่อสารที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง การดำเนินงานช่วงนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทางญี่ปุ่นเริ่มสงสัยว่านายโพ เป็นหัวหน้าหน่วยเสรีไทยในจังหวัดระนอง อย่างไรก็ตามนายโพ เดชผล และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ได้ร่วมกัน ฟันฝ่าอุปสรรค ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความอดทน ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยและความเสี่ยงต่อชีวิต จนสิ้นสุดภาวะสงคราม และในที่สุดญี่ปุ่นก็เป็นฝ่ายแพ้สงคราม

ในส่วนของด่านศุลกากรระนอง ญี่ปุ่นได้ชดเชยค่าเสียหายโดยมอบเรือศุลกากร ๑๘ ให้แก่ด่านฯระนอง จากประวัติศาสตร์ดังกล่าวจึงนับได้ว่า ข้าราชการศุลกากรในอดีต ได้มีส่วนร่วมในการปกป้องจังหวัดระนอง ปกปักรักษาอธิปไตยของประเทศไทย สมควรได้รับการเชิดชูและเป็นเยี่ยงอย่างแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรรุ่นหลังได้สำนึกว่า นอกจากจะมีหน้าที่ในการส่งเสริมเศรษฐกิจแล้ว บรรพบุรุษของศุลกากรส่วนหนึ่งในท้องถิ่นห่างไกล เคยเข้าร่วมปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติบ้านเมืองมาแล้ว