ด่านศุลกากรระนองยินดีต้อนรับ

ประวัติด่านศุลกากรระนอง

ดรน ในหนังสือ ตำนานศุลกากร resize

ประวัติด่านศุลกากรระนอง
ด่านศุลกากรระนอง เป็นด่านศุลกากรทางทะเลด้านทะเลอันดามัน ในอดีตเป็น “ด่านภาษีเมืองระนอง” สังกัดกรมสรรพากรนอก กระทรวงมหาดไทย ครั้นเมื่อวันที่ ๒ กันยายน พระพุทธศักราช ๒๔๕๘ ได้มีการยกกรมสรรพากรนอก มาขึ้นกับกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และรวมกับกรมสรรพากรใน เป็นกรมเดียวกันเรียกว่า “กรมสรรพากร” ด่านภาษีเมืองระนอง จึงมาขึ้นกับกรมสรรพากร กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ได้มี “ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเรียกว่าจังหวัด” ด่านภาษีเมืองระนองจึงเปลี่ยนมาเป็น “ด่านภาษีจังหวัดระนอง” จนเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้มีการโอนด่านภาษีจังหวัดระนองจากกรมสรรพากรมาขึ้นกับกรมศุลกากรและตั้งเป็น “ด่านศุลกากรจังหวัดระนอง” โดยมีขุนประพัฒน์ศุภผล เป็นนายด่านฯท่านแรก ภายหลังเมื่อมีการตราพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ จึงมี “กฎเสนาบดี กำหนดและให้อนุมัติท่า ที่ และเขตรศุลกากร เพื่อการนำของเข้าและการส่งของออก ให้ไว้แต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๖๙” กำหนดให้ท่าระนองเป็นเขตศุลกากรนอกจากท่ากรุงเทพฯ ขึ้นกับศุลกากรมณฑลภูเก็ต ต่อจากนั้นได้มี “กฎเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ กำหนดและให้อนุมัติ ท่า ที่ และเขตต์ศุลกากร เพื่อการนำของเข้าและการส่งของออก ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๔” ยกเลิกกฎเสนาบดีฉบับเดิม และกำหนดให้ท่าระนอง จังหวัดระนอง เป็นเขตศุลกากรนอกจากท่ากรุงเทพฯ กระทั่งได้มีการตราพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉะบับที่ ๘) พุทธศักราช ๒๔๘๐ มาแก้ไขมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ จึงออก “กฎกระทรวงการคลัง ออกตามความในพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉะบับที่ ๘) พุทธศักราช ๒๔๘๐ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๑” โดยใน บัญชีหมาย ก ลำดับที่ ๔ ได้กำหนดเขตศุลกากรและลักษณะการที่ให้กระทำของท่าระนอง จังหวัดระนอง ให้สามารถนำของเข้าและส่งของออกได้ทุกประเภท รวมทั้งส่งออกซึ่งของที่ขอคืนอากรขาเข้าหรือของที่มีทัณฑ์บนได้ทุกประเภท และเปลี่ยนมาเรียกว่า “ด่านศุลกากรระนอง”

ด่าน ๒๔๖๑ และ ๒๕๐๘_Niramit AS_24-๒_resize

แต่เดิมที่ทำการด่านศุลกากรระนองเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง  ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำระนอง  (ที่ตรงนั้นปัจจุบันได้สร้างเป็น  ท่าเรือบ้านปากน้ำ  ที่หมู่ที่ ๕  ตำบลปากน้ำ  อำเภอเมือง  จังหวัดระนอง)  ต่อมากรมศุลกากรได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณจำนวน ๑,๑๔๒,๐๐๐ บาท  เพื่อดำเนินการก่อสร้างด่านศุลกากรระนองแห่งใหม่  เป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียวยกพื้นสูงพร้อมสิ่งปลูกสร้างประกอบ  บนที่ราชพัสดุพื้นที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ๕๖.๗๐ ตารางวา  ที่ปากน้ำระนอง  ฝั่งตรงข้ามกับตัวด่านฯเดิม  ณ  ถนนสะพานปลา(ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙  ว่า “ถนนเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา” เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓)  หมู่ที่  ๑  ตำบลปากน้ำ  อำเภอเมือง  จังหวัดระนอง  เปิดใช้เป็นที่ทำการด่านศุลกากรระนองเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๘  จากนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๑  ก็ได้รับงบประมาณเพื่อก่อสร้างบ้านพักข้าราชการด่านศุลกากรระนอง ขึ้นบนที่ราชพัสดุ  พื้นที่ ๔ ไร่ ๒ งาน ๖๗.๙๐ ตารางวา  ที่  ตำบลเขานิเวศน์  อำเภอเมือง  จังหวัดระนอง  ครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๘  จึงได้รื้ออาคารคอนกรีตชั้นเดียวที่เป็นที่ทำการด่านฯ  และสร้างอาคารฯหลังใหม่เป็นคอนกรีตสองชั้นตรงที่เดิม  ด้วยเงินงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๘  จำนวน ๕,๓๒๖,๘๐๐ บาท  ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙  และใช้เป็นที่ทำการด่านศุลกากรระนองมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพถ่ายทางอากาศ ด่านฯเดิม-ปัจจุบัน

ด่านฯ เก่า กับ ตอม่อ_๓ resize

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ นั้นเอง “กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙” ก็ได้กำหนดให้ สนามบินระนอง จังหวัดระนอง เป็นสนามบินศุลกากร เพื่อให้อากาศยานไทยและอากาศยานระหว่างประเทศขึ้นลงและมีการนำของเข้าหรือส่งของออกทางสนามบินได้ และให้อยู่ในความรับผิดชอบของด่านศุลกากรระนองด้วย

ปัจจุบันได้มี “กฎกระทรวง กำหนดท่าหรือที่ สนามบินศุลกากร ทางอนุมัติ ด่านพรมแดน และด่านศุลกากร พ.ศ. ๒๕๕๓” โดยปรับปรุงจากกฎกระทรวงที่กำหนดท่าหรือที่ สนามบินศุลกากร ทางอนุมัติ ด่านพรมแดน และด่านศุลกากร ทั้งหมด มารวมไว้ในกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับด่านศุลกากรระนองคือ ในขัอ ๒ ลำดับที่ ๒๒ และ ข้อ ๓ ลำดับที่ ๑๘