ด่านศุลกากรระนองยินดีต้อนรับ

พื้นที่รับผิดชอบของด่านศุลกากรระนอง

พื้นที่รับผิดชอบของด่านศุลกากรระนอง 

สืบเนื่องจาก กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๓ (๒) และ ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดและแบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง พ.ศ.๒๕๕๑ ข้อ ๑(๕) กำหนดให้ ด่านศุลกากรระนองรับผิดชอบในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๒,๑๔๑,๒๕๐ ไร่

ranong-map

เขตศุลกากรของด่านศุลกากรระนอง

กฎกระทรวง กำหนดท่าหรือที่ สนามบินศุลกากร ทางอนุมัติ ด่านพรมแดน และด่านศุลกากร พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้อ ๒ ลำดับที่ ๒๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๗ ตอนที่ ๒๖ ก วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓ ได้กำหนดให้เขตศุลกากรของด่านศุลกากรระนอง เป็นเช่นเดิมตามกฎกระทรวงการคลัง ออกตามความในพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉะบับที่ ๘) พุทธศักราช ๒๔๘๐ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๑ ตามบัญชีหมาย ก ลำดับที่ ๔ (ในสมัยนั้น ด่านศุลกากรระนอง ยังตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๕ ตำบลปากน้ำ ซึ่งก็คือท่าเรือบ้านปากน้ำในปัจจุบัน) ดังนี้

“ด้านเหนือ จากเสาหินตรงข้ามด่านศุลกากร เป็นเส้นตรงไปจดเสาหินที่ตาหินดำ เป็นเส้นตรงไปจดประภาคารเกาะผี จากประภาคารเกาะผีเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกจดทะเลเวลาน้ำลงงวดลึก ๑๖ เมตร
ด้านตะวันออก จากเสาหินบนเกาะเหลา เป็นเส้นตรงไปจดเสาหินตรงข้ามด่านศุลกากร
ด้านใต้ จากเสาหินบนเกาะหม้อ เป็นเส้นตรงไปจดเสาหินบนเกาะเหลา
ด้านตะวันตก จากจุดแนวน้ำลึก ๑๖ เมตรที่กล่าวในด้านเหนือ เป็นเส้นตรงไปจดเสาหินบนเกาะหม้อ”

นอกจากนี้ กฎกระทรวง กำหนดท่าหรือที่ สนามบินศุลกากร ทางอนุมัติ ด่านพรมแดน และด่านศุลกากร พ.ศ. ๒๕๕๓ ในข้อ ๓ ลำดับที่ ๑๘ ก็ยังกำหนดให้ สนามบินระนอง ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นสนามบินศุลกากร และ บริเวณสนามบินระนอง เป็น เขตศุลกากร อีกด้วย

maps google

อนึ่ง คำว่า “เขตศุลกากร” นั้นถูกกำหนดขึ้นตามมาตรา ๔(๓) แห่ง พระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙

มาตรา ๔ เพื่อความประสงค์แห่งการนำของเข้าหรือส่งของออกหรือนำของเข้าและส่งของออกและการศุลกากรให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวง
(๑) กำหนดท่าหรือที่ใด ๆ ในราชอาณาจักรให้เป็นท่าหรือที่สำหรับการนำเข้า หรือส่งออกหรือนำเข้าและส่งออกซึ่งของประเภทใด ๆ หรือทุกประเภททางทะเลหรือทางบก หรือให้เป็นท่าหรือที่สำหรับการส่งออกซึ่งของที่ขอคืนอากรขาเข้าหรือของที่มีทัณฑ์บน ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขตามแต่จะเห็นสมควร
(๒) กำหนดสนามบินใด ๆ ในราชอาณาจักรให้เป็นสนามบินศุลกากรโดยมีเงื่อนไขตามแต่จะเห็นสมควร
(๓) ระบุเขตศุลกากร ณ ท่าใด หรือที่ใด หรือสนามบินใดซึ่งได้กำหนดไว้ดังกล่าวข้างต้น

“เขตศุลกากรมีความสำคัญต่อกิจการศุลกากรเป็นอันมาก เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นว่าการนำของเข้าหรือส่งของออกเป็นอันสำเร็จเมื่อไร ก็ต้องพิสูจน์จากข้อเท็จจริงที่ว่าเรือซึ่งบรรทุกของนั้นได้เข้ามาถึงเขตศุลกากร หรือออกพ้นไปจากเขตศุลกากรแล้วหรือไม่ กฎหมายศุลกากรมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๖ ใช้คำว่า เขตท่า ซึ่งหมายถึงท่าเพื่อการนำเข้าและส่งออก คำว่า เขตท่า นี้จึงเป็นคำเดียวกับคำว่า เขตศุลกากร ความสำคัญที่เห็นได้ชัดได้แก่ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของนำเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จ (มาตรา ๑๐ ทวิ แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙) คือเกิดขึ้นในเวลาที่ยานพาหนะซึ่งบรรทุกของนั้นได้เข้าถึงเขตศุลกากร
คำว่าเขตศุลกากรหรือที่เรียกว่าเขตท่าเพื่อการนำเข้าและส่งออก อย่านำไปใช้ปะปนกับคำว่าเขตท่าเพื่อการขนถ่ายและบรรทุก เพราะนั่นเป็นเพียงเขตของทำเนียบท่าเรืออนุมัติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายศุลกากรภายในเขตศุลกากร และอย่าใช้สับสนกับเขตจอดเรือตามความใน พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ เพราะต่างก็กำหนดเขตไว้ด้วยเหมือนกัน
สำหรับด่านศุลกากรทางบก ไม่ปรากฏว่าได้กำหนดเขตศุลกากรไว้เป็นพิเศษในกฎกระทรวง ทั้งนี้อาจเนื่องจากมีทางอนุมัติและด่านพรมแดนจำกัดขอบเขตอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี กรมศุลกากรได้ประกาศเขตจอดเรือ ณ ด่านศุลกากรหลายด่านซึ่งต้องอยู่ริมแม่น้ำโขงโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๘๐ เขตที่อธิบดีศุลกากรประกาศนี้มิใช่เป็นอย่างเดียวกันกับเขตศุลกากรที่กล่าวข้างต้น”
(จากหนังสือ “คำบรรยายกฎหมายศุลกากร” โดย ประพันธ์ เนตรนพรัตน์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สามเจริญพานิช. ๒๕๒๒, หน้า ๒๖-๒๗)

ความสำคัญของการระบุเขตศุลกากร ณ ท่า (เขตท่า) หรือที่ ตาม พระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙

(๑) ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่นำเข้าเกิดในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จ ตามมาตรา ๑๐ทวิ ประกอบมาตรา ๔๑
(๒) ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่ส่งออกเกิดขึ้นในเวลาที่ส่งออกสำเร็จ ตามมาตรา ๑๐ตรี ประกอบมาตรา ๔๖
(๓) พนักงานศุลกากรอาจตรวจค้นบุคคลใด ๆ ในเรือกำปั่นลำใด ๆ ในเขตท่า หรือบุคคลที่ขึ้นจากเรือกำปั่นลำใด ๆ ก็ได้ ตามมาตรา ๑๘
(๔) เรือขนถ่ายสิ่งของใด ๆ ในทะเลนอกเขตท่าโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ นายเรือหรือบุคคลใดฝ่าฝืนมีความผิด และให้ริบของใดๆ อันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรานี้ด้วย ตามมาตรา ๒๗ ตรี
(๕) นายเรือต้องรับผิด ถ้าปรากฏว่าเรือลำใดอยู่ในเขตท่ามีสินค้าในเรือ และภายหลังมาปรากฏว่าเรือลำนั้นเบาลอยตัวขึ้น หรือมีแต่อับเฉาและนายเรือไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ว่าได้ขนสินค้าขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา ๒๘